Thailand — Legal services — 02-11-2026 · seo-anomaly-top-493.xyz

ค่าจ้างทนายความกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย 40(6) ต้องรู้ก่อนยื่นแบบ

ทำไมค่าจ้างทนายความต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย

เมื่อลูกความจ่ายค่าจ้างให้ทนายความหรือสำนักงานกฎหมาย ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ก่อนแล้วนำส่งกรมสรรพากร เงินได้จากการประกอบวิชาชีพกฎหมายจัดอยู่ในประเภทเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งครอบคลุมวิชาชีพlicensed อย่างแพทย์ ทันตแพทย์ สถาปนิก และทนายความด้วย อัตราหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ประเภทนี้คือร้อยละ 3 ของค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ประเด็นที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่าหักจากยอดรวมที่รวม VAT แล้ว ความจริงคือฐานภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือค่าบริการล้วน ๆ ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวอย่างเช่น สำนักงานทนายความออกใบแจ้งหนี้ค่าดำเนินคดี 50,000 บาท บวก VAT 7% เป็น 53,500 บาท ลูกความต้องหัก 3% จาก 50,000 บาท คือ 1,500 บาท แล้วจ่ายสุทธิ 52,000 บาท พร้อมนำส่ง 1,500 บาทภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

ทนายความที่จดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดาและยังไม่ได้จด VAT ก็ยังถูกหัก 3% เช่นเดิม เพราะภาษีหัก ณ ที่จ่ายกับภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเรื่องแยกกัน คนละแบบ คนละอัตรา คนละกำหนดยื่น

ความต่างระหว่างทนายความบุคคลธรรมดากับสำนักงานในรูปนิติบุคคล

หากผู้ให้บริการเป็นสำนักงานทนายความที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เงินที่จ่ายจะถูกจัดเป็นค่าบริการตามมาตรา 40(8) ไม่ใช่ 40(6) และอัตราหัก ณ ที่จ่ายคือร้อยละ 3 เช่นเดียวกัน แต่การบันทึกบัญชีและเอกสารประกอบต่างกันชัดเจน ลูกความที่เป็นนิติบุคคลต้องดูให้ดีว่าคู่สัญญาคือใครในสัญญาว่าจ้าง

กรณีที่พบบ่อยในทางปฏิบัติคือทนายความคนหนึ่งรับงานในนามส่วนตัว แต่ให้ออกใบเสร็จในนามสำนักงานนิติบุคคลที่ตนเป็นกรรมการ เมื่อสรรพากรตรวจสอบจะเกิดปัญหาเรื่องผู้รับเงินกับผู้มีหน้าที่ออกเอกสารไม่ตรงกัน ทางที่ดีคือระบุให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าใครเป็นคู่สัญญา และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ตรงกับชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับเงินจริง

ทนายความที่ทำงานประจำในบริษัท

ทนายความสาย in-house ที่ถูกจ้างเป็นพนักงานได้รับเงินเดือนซึ่งหักตามอัตราก้าวหน้าแบบมาตรา 40(1) ไม่ใช่ 40(6) แต่ถ้ารับงานนอกเหนือหน้าที่และได้รับค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง เงินก้อนนั้นอาจเข้าข่าย 40(6) ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและข้อตกลงในสัญญาจ้าง จึงควรแยกเอกสารให้ชัดว่าค่าตอบแทนใดเป็นเงินเดือน ค่าใดเป็นค่าจ้างวิชาชีพ

ขั้นตอนออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ถูกต้อง

ผู้จ่ายต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามแบบฟอร์มที่กำหนด ระบุชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งสองฝ่าย ประเภทเงินได้ วันจ่ายเงิน และจำนวนภาษีที่หัก แล้วมอบฉบับหนึ่งให้ผู้ถูกหักภายในกำหนด ทนายความจะใช้เอกสารนี้แนบแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 หรือ 91) เพื่อขอเครดิตภาษีที่ถูกหักไปแล้ว

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดคือระบุประเภทเงินได้ผิดเป็น 40(8) ทำให้ทนายความต้องยื่นขอแก้ไขภายหลัง หรือกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีผิดหลักเดียว ซึ่งทำให้เครดิตภาษีไม่ถูกจับคู่ในระบบ วิธีกันพลาดง่าย ๆ คือให้สำนักงานทนายความส่งสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมเลขผู้เสียภาษีให้ลูกความตั้งแต่ตอนเซ็นสัญญา

อีกจุดที่ควรระวังคือกรณีลูกความจ่ายค่าจ้างให้ทนายความต่างประเทศที่มาว่าความในคดีไทย หรือจ้างที่ปรึกษากฎหมายจากต่างประเทศ เงินได้นั้นอาจเข้าข่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตราที่แตกต่างและมีสนธิสัญญาภาษีซ้อนเกี่ยวข้อง ต้องตรวจสอบก่อนจ่ายทุกครั้งเพราะแก้ไขย้อนหลังยากมาก

คำนวณภาษีเงินได้ของทนายความอย่างเป็นระบบ

ทนายความเป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) ซึ่งตามกฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง หรือหักเหมาร้อยละ 30 แล้วแต่กรณี แต่หลายคนเลือกวิธีเหมาเพราะเอกสารน้อยกว่า หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้วจึงคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้วตลอดปีจะถูกนำมาเป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องเสีย

ตัวอย่างจริงที่พบได้บ่อย ทนายความรับคดีความแพ่งหลายคดีในปีหนึ่ง มีรายได้รวม 1,200,000 บาท ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว 36,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายเหมา 30% และค่าลดหย่อนส่วนตัวกับประกันสังคมแล้ว ภาษีที่ต้องเสียจริงอาจสูงหรือต่ำกว่า 36,000 บาทก็ได้ หากต่ำกว่าจะได้รับคืน หากสูงกว่าต้องจ่ายเพิ่มตอนยื่นแบบ

สิ่งที่ช่วยลดความวุ่นวายคือการเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายแยกเป็นแฟ้มรายเดือน และกระทบยอดกับรายรับในบัญชีธนาคารทุกไตรมาส ทนายความที่รับงานผ่านช่องทางออนไลน์หรือแพลตฟอร์มให้คำปรึกษา ต้องตรวจสอบด้วยว่าแพลตฟอร์มหักภาษีให้หรือไม่ เพราะบางแห่งหักในฐานะตัวแทนและออกหนังสือรับรองให้แทนลูกความ

สุดท้าย อย่าลืมว่าการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 มีกำหนดภายใน 31 มีนาคมของปีถัดไป และหากขอขยายเวลาจะได้เพิ่มอีกไม่เกิน 8 วัน การยื่นช้าต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของภาษีที่ค้าง ผู้ที่เพิ่งเริ่มรับคดีแรกควรปรึกษานักบัญชีที่คุ้นกับวิชาชีพกฎหมายตั้งแต่ต้นปี ไม่ใช่รอจนถึงเดือนมีนาคม

เอกสารและบริการที่เกี่ยวข้อง

✈